WEBSITE PROCESS

ก่อนที่เราจะเริ่มทำเว็บไซต์ เราต้องรู้ก่อนว่า จุดประสงค์ในการทำหรือการใช้งานของเว็บไซต์นั้นคืออะไร เช่น ใช้เป็นที่แสดงผลงานของบริษัท หรือเป็นเว็บไซต์สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งการมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน จะช่วยให้ง่ายต่อการออกแบบและการจัดการพื้นที่มากขึ้น







เมื่อเรามองเห็นภาพคร่าวๆแล้วว่าเว็บไซต์ของเราจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องตั้งชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าการตั้งชื่อเว็บไซต์จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เรามักใช้ .co.th เพื่อให้ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่วนชื่อของเว็บควรจะไม่ยาวจนเกินไป เพื่อให้จำง่ายและต้องแตกต่างจากชื่อเว็บของคู่แข่งอย่างชัดเจน และเมื่อได้ชื่อแล้วเราจึงไปจดทะเบียน







หลังจากนั้น เราก็เริ่มวางแผนเมนูการใช้งานและโครงสร้างเว็บไซต์ เช่น แถบเมนูจะมีรายการอะไรบ้างและเมื่อคลิ้กที่นี่แล้วจะนำไปสู่หน้าไหนต่อ เป็นต้น ดังนั้น ขั้นตอนนี้จึงเป็นการคิดการใช้งานโดยรวมของเว็บไซต์ ซึ่งเรามักให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย ไม่ยุ่งยากจนเกินไป

ขั้นตอนต่อมาคือการออกแบบ wide frame ซึ่งคือการจัดการพื้นที่บนหน้าของเว็บไซต์ เราต้องระบุให้ชัดเจนว่า ตรงจุดนี้จะเป็นภาพ ตรงนี้เป็นข้อความ โดยการจัดการพื้นที่นี้จะออกมาในรูปแบบใดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น



เมื่อ wide frame เสร็จแล้ว เราก็จะนำไปพัฒนาเป็นหน้าเว็บจริง โดยเราจะให้ความสำคัญกับหน้าเว็บบนโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก และในระหว่างนั้นก็ต้องจัดเตรียมข้อมูลทั้งหมดที่จะนำไปใส่บนเว็บให้พร้อม เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องกลับไปแก้ไขซ้ำๆ







เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เราก็จะเปลี่ยนจาก JPEG เป็น HTML ซึ่งในขั้นตอนนี้ คือขั้นตอนที่เรานำทุกอย่างที่ได้วางแผนไว้ไปทำเป็นเว็บจริง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน เรียกง่ายๆว่า หน้าบ้าน และหลังบ้าน ส่วนหน้าบ้านคือสิ่งที่ผู้ใช้งานจะเห็น ในขณะที่หลังบ้านจะเป็นส่วนของการจัดการข้อมูล หลังจากนั้นเราจึงทำการตรวจสอบความเรียบร้อย หากไม่มีปัญหาก็จะทำงานอัพโหลดขึ้นตามชื่อที่เราได้จดทะเบียนไว้ เป็นอันเสร็จสิ้น




SHARE